วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552

LiFe : LoVE : DreaMs : SToriEs

รู้สึกว่า ปี 2008 ที่ผ่านมา เวลาหมุนเร็วเหลือเกิน และมันเหมือนจะหมุนเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ความเติบโต และ หน้าที่ความรับผิดชอบที่มากขึ้น...

เท่าที่พอนึกได้ตามความจำที่จำกัดบนพื้นที่สมองของตัวเอง...สิ่งที่ได้พบเจอตลอดทั้งปีนั้น ถ้าจะเขียนหนังสือก็คงได้หลายสิบเล่ม จะสร้างหนัง ทำละครก็คงได้หลายสิบเรื่อง จะแต่งเพลงก็คงได้หลายสิบอัลบั้ม....

เรื่องราวมันเยอะเหลือเกินนนนน........

แต่น่าเสียดาย ที่หลายๆเรื่อง ลางเลือนไปด้วยพายุแห่งความยุ่งเหยิงวุ่นวายสารพัดลูกที่พัดมาตลอดเวลา จึงไม่ได้ถูกบันทึกไว้โดยวิธีใดๆ...นอกจากความทรงจำ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่มั่งคงและแน่นอนจะหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่อาจคาดเดาได้

ยิ่งมาถึงสิ้นปี...ช่วงเวลาแห่งการรำลึกนึกย้อนนับพระพรที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้น ยิ่งรู้เลยว่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อได้ถูกบันทึกไว้และถ่ายทอดออกมา บางเรื่องอาจจะให้ตัวเองรับรู้ก็พอ แต่บางเรื่องให้คนอื่นรับรู้ด้วยจึงจะมีคุณค่าและเกิดผลสูงสุด...

นั่นจึงเป็นเหตุให้อีฟได้ตระหนักและสำเหนียกอย่างจริงจังว่า จากนี้ไป จะตั้งใจบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตให้มากที่สุด และถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด

และอีกหนึ่งแรงกระตุ้นที่ผลักดันให้เกิดความคิดนี้ คือ การได้ไปดูหนังเรื่อง Australia ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งท้ายปี 2008 ของอีฟ ที่อาจจะดูเป็นกิจกรรมที่เรียบง่ายธรรมดาสามัญสุดๆสำหรับคนปกติทั่วไป แต่ก็นับว่าพิเศษมากแล้วสำหรับคนอย่างเรา เพราะกว่าจะเข้าโรงหนังได้ทีนึงนี่ยากกว่าโอกาสเกิดฝนดาวตกซะอีกก...จริงๆเหอะ

พูดถึงหนังสักนิดดีกว่า....

Australia ดำเนินเรื่องได้สวยงาม และ น่าชื่นชม ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งภาพ แสง เสียง องค์ประกอบทุกอย่างในหนังค่อนข้างสมบูรณ์มาก ตัวละครทุกตัว ฉากทุกฉาก ประทับตราตรึงอยู่ในหัวใจจนถึงตอนนี้ นักแสดงนำทั้ง นิโคล คิดแมน และ ฮิวจ์ แจ็คแมน ก็ สวยมาก หล่อมาก และ เล่นได้ดีม๊ากกกก.... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวละครเอกที่ชื่อ นัลลาห์ เด็กน้อยลูกครึ่งอะบอริจินที่เป็นตัวดำเนินเรื่องที่สำคัญอีกคน แจ้งเกิดได้อย่างน่าประทับใจ ดูแล้วอิน ดูแล้วเชื่อ ดูแล้วรัก อยากดูแลเค้าเหมือนนิโคลจริงๆ

แต่ที่อยากพูดหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษ คือประเด็นหลักที่ได้จากเรื่อง ซึ่งโดนใจเราเข้าอย่างจัง คือ Life Love Dreams and Stories......ชีวิต ความรัก ความฝัน และ เรื่องเล่า ซึ่งเป็น4สิ่งที่ผูกติดชนิดขาดกันไม่ได้ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ที่เหลือก็ไม่มีทางสมบูรณ์ได้ และ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

หลังจากดูเสร็จ นอกจากจะได้ความเต็มอิ่มใน Production สุดอลังการยอดเยี่ยมของหนังแล้ว มากไปกว่านั้น อีฟรู้สึกว่า ตัวเองได้รับการรื้อฟื้นและชาร์จพลังแห่งความรัก ความฝัน และ การเล่าเรื่องขึ้นมาอย่างมากมายอีกด้วย....

อยากจะเขียน อยากจะสร้าง อยากจะแต่ง อยากจะเล่า...และ อยากจะรัก ให้มากขึ้นกว่านี้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถรักษาอุณหภูมิความร้อนรนนี้ให้คงอยู่ไปตลอด ตราบเท่าที่ชีวิตนี้จะมีลมหายใจอยู่...

No Life No Love No Dreams No Stories...
But...Where there's life There's love There're dreams There're stories....


ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก ความฝัน และเรื่องเล่าตลอดปี2009นะคะ ^.^

Happy New Year ค่า

1 ความคิดเห็น:

  1. who has no love. he has no life, no dream, no stories. ชอบ.....^^

    ไม่รู้ว่าจงใจหรือเปล่า นัลลาห์ เนี่ย เกี่ยวๆกับ narrator ไหมนะ

    ตอบลบ